ทสธัมมสุตตปาฐะ
(นำ) หันทะ มะยัง ทะสะธัมมะสุตตะคาถาโย ภะณามะ เส.
(รับ) ทะสะ อิเม ภิกขะเว ธัมมา ปัพพะชิเตนะ อะภิณ๎หัง ปัจจะเวกขิตัพพัง
ธรรมของผู้บวชในพระศาสนา, ควรพิจารณาทุกวันๆ ๑๐ อย่างนี้ คือ
เววัณณิยัม๎หิ อัชฌูปะคะโตติ
บัดนี้, เรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์แล้ว, อาการกิริยาใดๆ ของสมณะ, เราต้องทำอาการกิริยานั้นๆ
ปะระปะฏิพัทธา เม ชีวิกาติ
การเลี้ยงชีวิตของเราเนื่องด้วยผู้อื่น, เราควรทำตัวให้เขาเลี้ยงง่าย
อัญโญ เม อากัปโป กะระณีโยติ
อาการกายวาจาอย่างอื่น,ที่เราจักต้องทำให้ดีขึ้นไปกว่านี้ ยังมีอีก, มิใช่เพียงเท่านี้
กัจจิ นุ โข เม อัตตา, สีละโต นะ อุปะวะทะตีติ
ตัวเราเอง ติเตียนตัวเราเอง โดยศีลได้หรือไม่
กัจจิ นุ โข มัง อะนุวิจจะ วิญญู สะพ๎รัห๎มะจารี, สีละโต นะ อุปะวะทันตีติ
ท่านผู้รู้ใคร่ครวญแล้ว, ติเตียนเรา โดยศีลได้หรือไม่
สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโวติ
เราจักเป็นต่างๆ คือว่า, เราจักต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้นไป
กัมมัสสะโกม๎หิ กัมมะทายาโท กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระโณ, ยัง กัมมัง กะริสสามิ, กัล๎ยาณัง วา ปาปะกัง วา, ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามีติฯ
เรามีกรรมเป็นของๆ ตน, เราเป็นผู้รับผลของกรรม, เรามีกรรมเป็นกำเนิด, เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์, เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย, เราจักทำกรรมอันใดไว้, ดีหรือชั่วก็ตาม, เราจักต้องเป็นผู้ได้รับผลของกรรมนั้นๆ
กะถัมภูตัสสะ เม รัตตินทิวา วีติปะตันติ
วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่
กัจจิ นุ โขหัง สุญญาคาเร อะภิระมามีติ
เรายินดีในที่สงัดหรือไม่
กัจจิ นุ โข เม อุตตะริมะนุสสะธัมมา
อะละมะริยะญาณะทัสสะนะวิเสโส
อะธิคะโต โสหัง ปัจฉิเม กาเล สะพ๎รัห๎มะจารีหิ ปุฏโฐ นะ มังกุ ภะวิสสามีติ
คุณธรรมอันวิเศษ โลกุตตระกุศล เกิดมีในตนหรือไม่ ที่จะทำให้เราเป็นผู้ไม่เก้อเขิน ในเวลาเพื่อนบรรพชิตถาม ในกาลภายหลัง
อิเม โข ภิกขะเว ทะสะธัมมา
ภิกษุทั้งหลาย ธรรมสิบประการนี้
อะภิณ๎หัง ปัจจะเวกขิตัพพาติ
ควรพิจารณาทุกวันๆ อย่าได้ประมาท ดังนี้แล.
-----------------------