พุทธภาษิตพิเศษ
(หันทะ มะยัง พะหุการานิ พุทธาทิภาสิตานิ ภะณามะ เส)
นิธีนังวะ ปะวัตตารังยัง ปัสเส วัชชะทัสสะนัง
นิคคัย๎หะวาทิง เมธาวิงตาทิสัง ปัณฑิตัง ภะเช
ตาทิสัง ภะชะมานัสสะ เสยโย โหติ นะ ปาปิโย
คนเราควรมองผู้มีปัญญาใด ๆ ที่คอยชี้โทษ, และกล่าวคำขนาบอยู่เสมอไป ว่าผู้นั้นแหละคือผู้ชี้ขุมทรัพย์ล่ะ, ควรคบหากับบัณฑิตที่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อคบหากับบัณฑิตเช่นนั้นอยู่, ย่อมมีแต่คุณอันประเสริฐส่วนเดียว ไม่มีเสื่อมเลย,
(ธรรมบท ๒๕/๒๑)
นะ เต อะหัง อานันทะ ตะถา ปะรักกะมิสสามิ, ยะถา กุมภะกาโร อามะเก อามะกะมัตเต,
อานนท์! เราจะไม่พยายามทำกะพวกเธออย่างทะนุถนอม, เหมือนพวกช่างหม้อทำแก่หม้อที่ยังแก่ยังดิบอยู่,
นิคคัย๎หะนิคคัย๎หาหัง อานันทะ วักขามิ, ปะวัย๎หะปะวัย๎หาหัง อานันทะ วักขามิ, โย สาโร โส ฐัสสะติ,
อานนท์ ! เราจะขนาบแล้วขนาบอีกไม่มีหยุด, อานนท์ เราจะชี้โทษแล้วชี้โทษอีกไม่มีหยุด, ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจะทนอยู่ได้,
(มหาสุญญตสูตร ๑๔/๒๑๒)
ยัง ภิกขะเว สัตถารา กะระณียัง สาวะกานัง, หิเตสินา อะนุกัมปะเกนะ อะนุกัมปัง อุปาทายะ กะตัง โว ตัง มะยา,
ภิกษุทั้งหลาย ! กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู, แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย, กิจอันนั้นเราได้ทำแล้วแก่เธอทั้งหลาย,
เอตานิ ภิกขะเว รุกขะมูลานิ เอตานิ สุญญาคารานิ,
ภิกษุทั้งหลาย ! นั่นโคนไม้ทั้งหลาย นั่นเรือนว่างทั้งหลาย
ฌายะถะ ภิกขะเว มา ปะมาทัตถะ,ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลายจงเพียรเผากิเลส อย่าได้ประมาท,
มา ปัจฉา วิปปะฏิสาริโน อะหุวัตถุ,เธอทั้งหลายอย่าได้เป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
อะยัง โว อัม๎หากัง อะนุสาสะนี,นี้แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนเธอทั้งหลายของเรา
(สัลเลขสูตร ๑๒/๗๒)
นะยิทัง ภิกขะเว พรัห๎มะจะริยัง วุสสะติ, ชะนะกุหะนัตถัง นะ ชะนะละปะนัตถัง, นะ ลาภะสักการะสิโลกานิสังสัตถัง, นะ อิติวาทัปปะโมกขานิสังสัตถัง, นะ อิติ มัง ชะโน ชานาตูติ,
ภิกษุทั้งหลาย! เราประพฤติพรหมจรรย์นี้, มิใช่เพื่อหลอกลวงคน เพื่อให้คนบ่นถึง, เพื่อผลคือลาภสักการะและชื่อเสียง เพื่อเป็นเจ้าลัทธิ หรือเพื่อให้คนทั้งหลายรู้จักเราก็หามิได้,
อะถะ โข อิทัง ภิกขะเว พรัห๎มะจะริยัง วุสสะติ, สังวะรัตถัง ปะหานัตถัง วิราคัตถัง นิโรธัตถัง,
ภิกษุทั้งหลาย! แต่ที่แท้แล้ว เราประพฤติพรหมจรรย์นี้, เพื่อความสำรวมระวัง เพื่อละกิเลส, เพื่อคลายกิเลสและเพื่อดับกิเลสเท่านั้น
(พรหมจริยสูตร ๒๑/๒๙)
โย โข อานันทะ ภิกขุ วา ภิกขุนี วา อุปาสะโก วา อุปาสิกา วา,
อานนท์! ผู้ใด จะเป็นภิกษุก็ตาม เป็นภิกษุณีก็ตาม เป็นอุบาสกหรืออุบาสิกา ก็ตามที,
ธัมมานุธัมมะปะฏิปันโน วิหะระติ สามีจิปะฏิปันโน อะนุธัมมะจารี,
ถ้าเป็นผู้ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบยิ่ง ปฏิบัติตามธรรมอยู่,
โส ตะถาคะตัง สักกะโรติ คะรุกะโรติ มาเนติ ปูเชติ ปะระมายะ ปูชายะ,
ผู้นั้นแล ชื่อว่าได้สักการะ ได้ให้ความเคารพนับถือ และบูชาเราตถาคต ด้วยการบูชาอย่างสูงสุด,
อิติ... ด้วยประการฉะนี้แล...
(มหาปรินิพพานสูตร ๑๐/๑๓๓)
-----------------------